กินยาคุมแล้วเมนไม่มาไม่ได้หมายความว่าตั้งครรภ์เสมอไป โดยเฉพาะผู้ที่กินยาครบและตรงเวลาทุกวัน เพราะฮอร์โมนในยาคุมอาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางจนไม่มีเลือดออกในช่วงเว้นยา อย่างไรก็ตาม ควรตรวจครรภ์หากเคยลืมยา เริ่มแผงช้า หรือมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่การคุมกำเนิดอาจไม่ต่อเนื่อง
ภาวะประจําเดือนไม่มา1เดือนระหว่างใช้ยาคุมต้องพิจารณาร่วมกับชนิดของยาและความสม่ำเสมอในการกิน ไม่ควรรอให้มีเลือดก่อนเริ่มแผงถัดไป แต่ให้เริ่มตามกำหนดของยาชนิดนั้น พร้อมสังเกตอาการผิดปกติและตรวจครรภ์ในเวลาที่เหมาะสม
กินยาคุมแล้วเมนไม่มา เกิดขึ้นได้แม้ไม่ตั้งครรภ์
แม้ประจำเดือนไม่มา 1 เดือน ก็ไม่ได้แปลว่าตั้งครรภ์เสมอไป โดยเฉพาะเมื่อรับประทานยาคุมครบและตรงเวลาทุกวัน สาเหตุหนึ่งคือฮอร์โมนจากยาคุมทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง จึงมีเนื้อเยื่อให้หลุดออกมาเป็นเลือดน้อย หรือไม่มีเลือดออกในช่วงเว้นยาได้
เลือดที่ออกระหว่างช่วงหยุดฮอร์โมนหรือช่วงเม็ดแป้งเรียกว่าเลือดจากการหยุดฮอร์โมน ไม่ใช่ประจำเดือนตามวงจรธรรมชาติ แม้ลักษณะจะคล้ายกันก็ตาม ประจำเดือนธรรมชาติเกิดหลังระดับฮอร์โมนในรอบไข่ตกเปลี่ยนแปลงและเยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาขึ้นหลุดออก ส่วนยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมจะกดการตกไข่และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่หนาตัวเต็มที่
ดังนั้น เลือดอาจมาน้อยลง เป็นเพียงเลือดติดกางเกงใน หรือไม่มาเลยโดยที่การคุมกำเนิดยังทำงานอยู่ หากกินยาสม่ำเสมอและไม่มีเหตุที่ทำให้ยาดูดซึมได้น้อยลง ความเสี่ยงตั้งครรภ์จะต่ำ แต่การไม่มีเลือดเพียงอย่างเดียวใช้ยืนยันว่าไม่ตั้งครรภ์ไม่ได้ ต้องพิจารณาร่วมกับการลืมยา การเริ่มแผงใหม่ช้า การอาเจียนหรือท้องเสีย และเพศสัมพันธ์ในช่วงที่การคุมกำเนิดไม่ต่อเนื่อง
กินยาคุมแล้วประจำเดือนจะมาตอนไหนในแต่ละชนิด

ช่วงที่คาดว่าจะมีเลือดขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุมและวันที่หยุดรับฮอร์โมน ยาคุม 21 เม็ดมักมีเลือดในช่วงเว้นยา 7 วัน ส่วนยาคุม 28 เม็ดมักมีเลือดระหว่างเม็ดแป้งท้ายแผง ขณะที่ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวอาจมีเลือดมาไม่เป็นเวลา และยาคุมฉุกเฉินอาจทำให้รอบเดือนถัดไปเร็วขึ้นหรือช้าลงชั่วคราว
| ชนิดยา | ช่วงที่มักมีเลือด | ลักษณะที่พบได้ |
|---|---|---|
| ยาคุมฮอร์โมนรวม 21 เม็ด | ช่วงเว้นยา 7 วัน หลังเม็ดฮอร์โมนหมด | มักเริ่มมีเลือดภายในช่วงเว้นยา แต่อาจมาน้อยหรือไม่มา |
| ยาคุมฮอร์โมนรวม 28 เม็ด | ช่วงรับประทานเม็ดแป้งท้ายแผง | เม็ดแป้งไม่มีฮอร์โมน เลือดมักเกิดในช่วงนี้และอาจไม่ตรงวันเดิมทุกแผง |
| ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว | ไม่มีช่วงหยุดฮอร์โมนตายตัว | อาจมีเลือดกะปริดกะปรอย เลือดออกถี่ขึ้น ห่างขึ้น หรือไม่มีเลือด |
| ยาคุมฉุกเฉิน | ไม่มีช่วงเลือดที่กำหนดเหมือนยาคุมรายเดือน | รอบเดือนถัดไปอาจมาเร็วหรือช้ากว่าที่คาด และอาจมีเลือดออกเล็กน้อย |
สำหรับยาคุม 21 เม็ด ให้รับประทานเม็ดฮอร์โมนครบแล้วเว้น 7 วัน เลือดจากการหยุดฮอร์โมนอาจเริ่มในช่วงเว้นยานี้ แต่วันที่เลือดเริ่มและปริมาณเลือดไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกเดือน การไม่มีเลือดไม่ได้หมายความว่ายาใช้ไม่ได้ทันที เพราะเยื่อบุโพรงมดลูกอาจบางจนไม่มีเลือดให้หลุดออกมา
ยาคุม 28 เม็ดมีหลายรูปแบบ บางแผงประกอบด้วยเม็ดฮอร์โมนและเม็ดแป้ง บางแผงอาจมีเม็ดฮอร์โมนคนละขนาดหรือมีเม็ดที่ยังมีฮอร์โมนอยู่ จึงต้องดูฉลากและเอกสารกำกับยา เม็ดแป้งท้ายแผงช่วยให้รับประทานต่อเนื่องและไม่ลืมวันเริ่มแผงใหม่ เลือดจึงมักเกิดในช่วงนั้น แต่ไม่ใช่ข้อบังคับว่าจะต้องมีเลือดทุกแผง
ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวรับประทานต่อเนื่องและไม่มีช่วงเว้นยามาตรฐาน เลือดจึงคาดเดาได้ยากกว่ายาคุมฮอร์โมนรวม บางคนมีเลือดกะปริดกะปรอยในช่วงแรก บางคนมีเลือดน้อยลงหรือไม่มีเลือด เมื่อไม่มีอาการผิดปกติอื่น การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นผลจากฮอร์โมนของยา
ยาคุมฉุกเฉินใช้หลังมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง ไม่ใช่ยาคุมรายเดือน จึงไม่ควรใช้วันที่คาดว่าจะมีเลือดมาเป็นตัวชี้ว่าป้องกันได้หรือไม่ ยาอาจทำให้มีเลือดออกเล็กน้อยและทำให้รอบถัดไปคลาดเคลื่อนชั่วคราว หากเลือดไม่มา อย่าตัดสินจากเลือดเพียงอย่างเดียว ให้ประเมินวันที่มีเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดร่วมด้วย
กินยาคุมไม่สม่ำเสมอแบบไหนเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
ความเสี่ยงไม่ได้วัดจากการมีหรือไม่มีเลือดเท่านั้น แต่ดูว่าฮอร์โมนขาดช่วงหรือไม่ หากไม่มีเลือดหลังรับประทานยาครบ ตรงเวลา และไม่มีปัจจัยรบกวน ความเสี่ยงมักต่ำกว่ากรณีลืมยา เริ่มแผงใหม่ช้า หรือมีเพศสัมพันธ์ขณะยาคุมคุ้มครองไม่ต่อเนื่อง
ตรวจสอบพฤติกรรมในรอบนี้ตามรายการต่อไปนี้ เพื่อประเมินความเสี่ยงให้ตรงกับเหตุการณ์จริง
- นับจำนวนเม็ดที่ลืมและจดวันที่ลืมยา โดยเฉพาะเม็ดฮอร์โมนในช่วงต้นแผงหรือช่วงท้ายแผง เพราะการขาดฮอร์โมนติดกันหลายวันอาจเปิดโอกาสให้เกิดการตกไข่
- เริ่มแผงใหม่ตามกำหนดหลังช่วงเว้นยา หลีกเลี่ยงการยืดช่วงเว้นยาออกไปเพราะรอให้เลือดหมดหรือรอให้เลือดมา
- ใช้ถุงยางอนามัยและขอคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์เมื่อมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ลืมยา เริ่มแผงช้า หรือไม่แน่ใจว่ารับประทานยาครบหรือไม่
- พิจารณาการอาเจียนหลังรับประทานยา หากอาเจียนไม่นานหลังกลืนยา ยาอาจยังดูดซึมไม่ครบ ให้ดูคำแนะนำของยี่ห้อนั้นและปฏิบัติเหมือนคำแนะนำกรณีลืมยาเมื่อระบุไว้
- เฝ้าระวังท้องเสียรุนแรงหรือต่อเนื่อง เพราะอาจทำให้ดูดซึมฮอร์โมนได้ไม่เพียงพอ และใช้ถุงยางจนกว่าจะกลับมารับประทานยาได้สม่ำเสมอตามคำแนะนำ
- แจ้งยาทุกชนิดที่ใช้แก่เภสัชกรหรือแพทย์ รวมถึงยารักษาวัณโรค ยากันชักบางชนิด ยาต้านไวรัสบางชนิด และสมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต เพราะอาจเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาที่ลดประสิทธิภาพยาคุมได้
- แยกให้ออกว่าไม่มีเลือดจากเยื่อบุโพรงมดลูกบาง หรือไม่มีเลือดหลังมีช่วงเสี่ยง เพราะเลือดที่ไม่มาไม่สามารถยืนยันว่าไม่ตั้งครรภ์ได้
ควรตรวจครรภ์เมื่อไรถ้าหยุดกินยาคุมแล้วประจำเดือนไม่มา

ให้ตรวจครรภ์ตั้งแต่วันแรกที่คาดว่าเลือดควรมา หรือเมื่อครบ 21 วันนับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ที่อาจเสี่ยงตั้งครรภ์ หากจำวันที่เลือดควรมาไม่ได้ การตรวจด้วยปัสสาวะหลังครบ 21 วันจากครั้งเสี่ยงจะช่วยให้ประเมินได้ชัดเจนขึ้น ยาคุมไม่ทำให้ฮอร์โมน hCG สูงขึ้นและไม่ทำให้ผลตรวจครรภ์เป็นบวก
ใช้เช็กลิสต์นี้เพื่อเลือกเวลาตรวจและจัดการผลที่ได้
- นับวันจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันหรือมีเหตุให้ยาคุมอาจมีประสิทธิภาพลดลง หากครบ 21 วันแล้วให้ตรวจได้ แม้ยังไม่มีเลือดหลังหยุดยา
- ตรวจด้วยปัสสาวะตามวิธีบนฉลาก โดยใช้ปัสสาวะแรกหลังตื่นนอนเมื่อทำได้ และอ่านผลภายในเวลาที่กำหนด
- ตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ หากผลครั้งแรกเป็นลบแต่ยังไม่มีเลือด โดยเฉพาะเมื่อการตรวจครั้งแรกทำก่อนครบ 21 วันจากเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง
- พบแพทย์เมื่อผลตรวจเป็นบวก หรือผลตรวจเป็นลบซ้ำแล้วยังไม่มีเลือด เพราะอาจต้องประเมินสาเหตุของภาวะขาดประจำเดือนและทบทวนการใช้ยาคุม
- ไปพบแพทย์ทันทีเมื่อผลตรวจเป็นบวกแล้วมีปวดท้องมาก หน้ามืด หรือเลือดออกผิดปกติ ไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดตรวจซ้ำ
กินยาคุมแล้วเมนไม่มาภายใน 7 วัน เริ่มแผงถัดไปอย่างไร
ถ้าเป็นยาคุม 21 เม็ด ให้เว้นยาเพียง 7 วันแล้วเริ่มแผงใหม่ในวันที่ 8 แม้เลือดยังไม่มา ส่วนยาคุม 28 เม็ดให้เริ่มแผงถัดไปในวันรุ่งขึ้นหลังเม็ดสุดท้ายของแผงเดิม โดยไม่เพิ่มวันหยุดเพื่อรอเลือด การไม่มีเลือดไม่ใช่เหตุให้เลื่อนกำหนดเริ่มแผงใหม่
ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อไม่ให้ช่วงที่ไม่มีฮอร์โมนนานเกินกำหนด
- เริ่มแผงใหม่ในวันที่ 8 สำหรับยาคุม 21 เม็ด หลังเว้นครบ 7 วันพอดี ไม่ว่าจะมีเลือดหรือไม่
- ต่อแผงใหม่ทันทีในวันถัดจากเม็ดสุดท้ายของยาคุม 28 เม็ด โดยไม่เว้นวันระหว่างแผง และตรวจสอบลำดับเม็ดยาตามฉลากของผลิตภัณฑ์
- ใช้ถุงยางเสริมเมื่อเริ่มแผงใหม่ช้ากว่ากำหนด ลืมยา มีอาเจียนหรือท้องเสียจนสงสัยว่ายาดูดซึมไม่ครบ หรือใช้ยาที่อาจเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา จนกว่าจะได้รับคำแนะนำตามชนิดยาที่ใช้
- ตรวจครรภ์เมื่อมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงร่วมกับการลืมหรือหยุดยา และใช้ถุงยางระหว่างรอผล หากผลเป็นบวกหรือไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต่อหรือไม่ ให้ขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- หลีกเลี่ยงการยืดช่วงเว้นยา หยุดยาเพิ่ม หรือรอให้เลือดมาก่อนจึงเริ่มแผงใหม่ เพราะอาจทำให้ช่วงที่ไม่มีฮอร์โมนนานขึ้น
เมื่อไรที่ไม่มีเลือดหลังยาคุมแล้วควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์เร็วขึ้นเมื่อผลตรวจครรภ์เป็นบวก หรือมีโอกาสตั้งครรภ์ร่วมกับอาการปวดท้องรุนแรง หน้ามืด เป็นลม และเลือดออกผิดปกติ อาการเหล่านี้ต้องได้รับการประเมินโดยเร็ว ไม่ควรรอดูว่าเลือดจะมาเองหรือรอเริ่มแผงถัดไป
แม้ไม่มีอาการฉุกเฉิน ก็ควรนัดตรวจเมื่อไม่มีเลือดติดต่อกันหลายรอบ ผลตรวจครรภ์เป็นลบซ้ำแต่ประจำเดือนยังไม่มา หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย แพทย์จะทบทวนการใช้ยาคุม ยาอื่นที่รับประทาน และสาเหตุของภาวะขาดประจำเดือน หากมีความเสี่ยงตั้งครรภ์จากการลืมยา เริ่มแผงช้า หรือหยุดยาคุมแล้วไม่มีเลือด ควรเข้ารับคำแนะนำเร็วกว่าการรอดูอาการเอง
คำถามที่พบบ่อย
กินยาคุมตรงเวลาทุกวันแต่ประจำเดือนไม่มา ท้องไหม?
โอกาสตั้งครรภ์ค่อนข้างต่ำหากกินยาถูกต้องและไม่มีเหตุที่ลดประสิทธิภาพของยา การไม่มีเลือดอาจเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกบางลงจากฮอร์โมน แต่ควรตรวจครรภ์เพื่อยืนยันหากมีความกังวลหรือไม่มีเลือดติดต่อกันหลายรอบ
กินยาคุมแล้วเมนไม่มาแต่ตรวจครรภ์ไม่พบ ควรทำอย่างไร?
ให้กินยาคุมต่อหรือเริ่มแผงใหม่ตามกำหนดเดิมเมื่อผลตรวจเป็นลบและไม่ได้ลืมยา หากตรวจเร็วเกินไป ควรตรวจซ้ำเมื่อพ้นระยะที่ตรวจพบการตั้งครรภ์ได้ หรือปรึกษาแพทย์เมื่อไม่มีเลือดต่อเนื่องและไม่ทราบสาเหตุ
ไม่มีเลือดออกช่วงกินเม็ดแป้งของยาคุมถือว่าปกติไหม?
เกิดขึ้นได้และไม่ถือว่าผิดปกติเสมอไป เพราะยาคุมอาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางจนมีเลือดน้อยมากหรือไม่มีเลือดเลย ให้กินเม็ดในแผงตามลำดับและเริ่มแผงถัดไปตรงเวลา โดยตรวจครรภ์หากเคยลืมยา อาเจียน ท้องเสียรุนแรง หรือใช้ยาที่อาจรบกวนประสิทธิภาพของยาคุม
กินยาคุมแล้วไม่มีประจำเดือนหลายแผงอันตรายไหม?
ไม่จำเป็นต้องเป็นอันตรายหากกินยาสม่ำเสมอและผลตรวจครรภ์เป็นลบ เนื่องจากฮอร์โมนอาจกดการสร้างเยื่อบุโพรงมดลูก แต่ควรพบแพทย์หากอาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีอาการปวดท้องผิดปกติ หรือไม่มั่นใจว่ายาคุมเหมาะกับตนเอง




