ประจำเดือนไม่มา2เดือนกับชุดตรวจการตั้งครรภ์

ประจำเดือนไม่มา 2 เดือน ตรวจอย่างไรและเมื่อไรควรพบแพทย์

ประจําเดือนไม่มา2เดือนควรเริ่มจากทบทวนวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุดและตรวจการตั้งครรภ์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม หากผลไม่พบการตั้งครรภ์ ควรประเมินการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและเตรียมพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ขาดประจำเดือนครบสามเดือนหากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย

การประเมินจะพิจารณาความเครียด น้ำหนัก การออกกำลังกาย ยา โรคประจำตัว และอาการที่เกี่ยวข้อง เช่น ปวดท้องน้อย เลือดออกผิดปกติ หรืออาการของความผิดปกติด้านฮอร์โมน เนื้อหานี้ช่วยเชื่อมโยงการสังเกตจากช่วงประจําเดือนไม่มา 1 เดือน ไปสู่การวางแผนตรวจที่เหมาะสมเมื่อประจำเดือนยังไม่มาในเดือนถัดไป

ประจำเดือนไม่มา 2 เดือนควรเริ่มตรวจจากอะไร

ปฏิทินติดตามรอบเดือนกับชุดตรวจการตั้งครรภ์

เริ่มจากยืนยันวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุด แล้วประเมินว่าขาดไปกี่รอบจริงพร้อมตรวจการตั้งครรภ์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ประจำเดือนไม่มา 1 เดือนอาจเกิดจากรอบเดือนคลาดเคลื่อนได้ แต่เมื่อขาดต่อเนื่อง 2 เดือน ควรตรวจให้ชัดเจนแทนการรอดูอย่างเดียว

การนับรอบเดือนให้นับจากวันแรกที่มีเลือดประจำเดือนออกจริง ไม่ใช่วันที่เลือดกะปริดกะปรอยหรือวันที่ประจำเดือนหยุดนับไปจนถึงวันก่อนมีประจำเดือนรอบถัดไป หากจำวันไม่ได้ ให้ดูจากปฏิทิน แอปติดตามรอบเดือน หรือบันทึกการใช้ผ้าอนามัยย้อนหลัง แล้วจดว่าปกติรอบเดือนมักห่างกันกี่วัน

หากมีเพศสัมพันธ์ที่อาจทำให้ตั้งครรภ์ ให้ใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์เมื่อประจำเดือนขาด โดยทำตามฉลากและใช้ปัสสาวะแรกหลังตื่นนอนเพื่อเพิ่มโอกาสตรวจพบฮอร์โมน hCG หากตรวจเร็วเกินไป ปัสสาวะเจือจาง หรือมีการตกไข่ช้ากว่าที่คาด ผลอาจยังไม่ขึ้นแม้ตั้งครรภ์อยู่

เมื่อผลเป็นลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา ให้ตรวจซ้ำหลังจากเว้นระยะไปหลายวัน หรือปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจเลือด โดยเฉพาะเมื่อรอบเดือนไม่สม่ำเสมอหรือมีอาการร่วม เช่น คลื่นไส้ คัดเต้านม เหนื่อยง่าย หรือปวดท้องน้อย

เตรียมข้อมูลต่อไปนี้ก่อนประเมินอาการ

  • จดวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุดและลักษณะเลือดที่ออก
  • นับระยะห่างของรอบเดือนย้อนหลังเท่าที่จำได้และระบุว่าปกติสม่ำเสมอหรือไม่
  • ตรวจการตั้งครรภ์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสมและอ่านผลภายในเวลาที่ระบุบนชุดตรวจ
  • ตรวจซ้ำหรือขอคำแนะนำจากแพทย์เมื่อผลเป็นลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา

ประจำเดือนไม่มา 2 เดือน แต่ไม่ท้องควรประเมินอะไรบ้าง

หากตรวจการตั้งครรภ์แล้วไม่พบการตั้งครรภ์ ให้ย้อนดูการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2 ถึง 3 เดือนที่ผ่านมา ทั้งความเครียด น้ำหนัก การนอน การออกกำลังกาย ยาที่ใช้ และอาการร่วม ประจำเดือนไม่มา 2 เดือนแต่ไม่ท้องอาจเกี่ยวข้องกับการตกไข่ที่เลื่อนหรือหยุดชั่วคราว จึงควรเก็บข้อมูลให้ครบก่อนพบแพทย์

ความเครียดสะสม การนอนน้อย การออกกำลังกายหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือการรับประทานอาหารไม่เพียงพออาจรบกวนการตกไข่ได้ เช่น เริ่มฝึกซ้อมหนักจนประจำเดือนขาด หรือทำงานเป็นกะจนเวลานอนเปลี่ยน ส่วนการลดหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วก็เป็นข้อมูลที่ควรแจ้ง ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงผลจากน้ำหนักโดยไม่ประเมินสาเหตุอื่น

อาการร่วมช่วยบอกทิศทางการประเมินได้ เช่น สิวหรือขนขึ้นมากผิดปกติอาจสัมพันธ์กับความแปรปรวนของฮอร์โมน ปวดศีรษะหรือการมองเห็นเปลี่ยนอาจต้องประเมินเพิ่มเติม และน้ำนมไหลทั้งที่ไม่ได้ให้นมอาจเกี่ยวข้องกับโปรแลคติน หากมีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย หนาวง่าย ร้อนง่าย หรือการขับถ่ายเปลี่ยน ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาเรื่องต่อมไทรอยด์

ยาและวิธีคุมกำเนิดก็มีผลต่อรูปแบบเลือดออกได้ ยาที่เริ่มใช้ หยุดใช้ หรือเปลี่ยนขนาด เช่น ยาฮอร์โมน ยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคเรื้อรัง และการคุมกำเนิดบางวิธี อาจทำให้ประจำเดือนมาน้อยลงหรือเว้นช่วง การหยุดยาคุมไม่ได้ทำให้การตกไข่กลับมาในเวลาเดียวกันทุกคน จึงไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง

รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ก่อนประเมินต่อ

  • จดอาการร่วม เช่น ปวดท้องน้อย สิว ขนดก น้ำนมไหล ปวดศีรษะ หรือการมองเห็นเปลี่ยน
  • เปรียบเทียบน้ำหนัก การกิน การนอน และระดับการออกกำลังกายกับช่วงที่รอบเดือนยังปกติ
  • ทบทวนชื่อยา อาหารเสริม ยาฮอร์โมน และวิธีคุมกำเนิดที่ใช้อยู่หรือเพิ่งหยุดใช้
  • นัดพบสูตินรีแพทย์เมื่อประจำเดือนยังไม่มาแม้ตรวจการตั้งครรภ์ซ้ำแล้วเป็นลบ
สิ่งที่ควรประเมิน ข้อมูลที่ควรสังเกต
ความเครียดและการพักผ่อน เหตุการณ์กดดัน การนอนน้อย หรือตารางชีวิตที่เปลี่ยน
น้ำหนักและพฤติกรรมการกิน น้ำหนักลดหรือเพิ่มเร็ว กินน้อยลง หรือควบคุมอาหารมาก
การออกกำลังกาย เพิ่มความหนักหรือความถี่จนร่างกายฟื้นตัวไม่ทัน
ยาและการคุมกำเนิด ยาที่เริ่ม หยุด หรือเปลี่ยน รวมถึงชนิดการคุมกำเนิด
อาการที่เกี่ยวกับฮอร์โมน สิว ขนดก น้ำนมไหล อาการของไทรอยด์ หรือการตกไข่ผิดปกติ

อาการแบบไหนไม่ควรรอให้ครบสามเดือน

ผู้ป่วยพูดคุยอาการกับแพทย์ในห้องตรวจ

ไม่ต้องรอให้ขาดประจำเดือนครบสามเดือน หากมีปวดท้องน้อยรุนแรง เลือดออกผิดปกติ หน้ามืดเป็นลม ไข้ หรืออาการที่บ่งชี้ความผิดปกติของฮอร์โมนและระบบประสาท ควรติดต่อแพทย์เร็วขึ้น อาการปวดมากร่วมกับผลตรวจการตั้งครรภ์ที่ยังไม่ชัดเจนควรไปโรงพยาบาลทันที เพราะการตรวจครั้งแรกอาจยังไม่ยืนยันหรือไม่ตัดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ได้

ให้รีบประเมินเมื่อมีเลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ เลือดออกหลังตรวจพบว่าตั้งครรภ์ หรือมีปวดท้องข้างใดข้างหนึ่งชัดเจน โดยเฉพาะถ้าร่วมกับหน้ามืด อ่อนแรง หรือปวดไหล่ อาการกลุ่มนี้ไม่ควรรอดูเอง แม้ชุดตรวจปัสสาวะจะขึ้นขีดเดียวหรืออ่านผลได้ไม่แน่นอน

อาการปวดศีรษะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การมองเห็นพร่ามัวหรือเห็นภาพซ้อน และน้ำนมไหลทั้งที่ไม่ได้ให้นม ควรแจ้งแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมนบางชนิด ส่วนไข้ หนาวสั่น หรือปวดท้องร่วมกับตกขาวผิดปกติและมีกลิ่น อาจต้องประเมินการติดเชื้อ ไม่ควรใช้ยาหรือรอดูอาการเองเป็นเวลานาน

เมื่อมีสัญญาณเตือน ให้จัดการดังนี้

  • ติดต่อสูตินรีแพทย์เร็วขึ้นเมื่อมีเลือดออกผิดปกติ ปวดท้องน้อยมาก น้ำนมไหล หรืออาการฮอร์โมนเปลี่ยนชัดเจน
  • ไปห้องฉุกเฉินเมื่อปวดท้องรุนแรง หน้ามืดเป็นลม เลือดออกมาก ไข้สูง หรืออ่อนแรงผิดปกติ
  • ตรวจการตั้งครรภ์ซ้ำหรือขอการตรวจเลือดเมื่อผลตรวจปัสสาวะไม่ชัดเจน แต่ยังมีอาการคล้ายการตั้งครรภ์
  • แจ้งแพทย์ทันทีเมื่อมีปวดศีรษะรุนแรงหรือการมองเห็นเปลี่ยนร่วมกับประจำเดือนขาด
  • หลีกเลี่ยงการซื้อยาฮอร์โมนหรือยาขับประจำเดือนมากินเองก่อนทราบสาเหตุ

แพทย์อาจตรวจอะไรเมื่อเมนไม่มา 2 เดือน

อุปกรณ์เก็บตัวอย่างเลือดสำหรับตรวจฮอร์โมน

แพทย์จะเริ่มจากซักประวัติ ตรวจร่างกาย และยืนยันเรื่องการตั้งครรภ์อีกครั้ง ก่อนเลือกตรวจเลือดหรืออัลตราซาวนด์ตามอาการและความเสี่ยงของแต่ละคน ผู้ที่เมนไม่มา 2 เดือนจึงไม่จำเป็นต้องตรวจฮอร์โมนครบทุกชนิดหรืออัลตราซาวนด์ทุกรายตั้งแต่ครั้งแรก

ก่อนพบแพทย์ ให้เตรียมข้อมูลที่ช่วยแยกระหว่างความคลาดเคลื่อนของรอบเดือน การตั้งครรภ์ และความผิดปกติของระบบฮอร์โมน ข้อมูลที่ควรนำไปมีดังนี้

  • จดวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุด ความยาวรอบเดือนเดิม และวันที่เริ่มสังเกตว่าประจำเดือนขาด
  • บันทึกวันที่มีเพศสัมพันธ์ วิธีคุมกำเนิด วันที่ตรวจด้วยชุดตรวจการตั้งครรภ์ และผลที่ปรากฏ หากมีภาพผลตรวจให้นำไปให้แพทย์ดูด้วย
  • รวบรวมรายชื่อยา ฮอร์โมน อาหารเสริม และยาคุมกำเนิดที่ใช้อยู่ รวมถึงวันที่หยุดหรือเปลี่ยนยา
  • สังเกตอาการร่วม เช่น ปวดท้องน้อย เลือดออกผิดปกติ น้ำนมไหลทั้งที่ไม่ได้ให้นม ปวดศีรษะ การมองเห็นเปลี่ยน สิว ขนขึ้นมาก น้ำหนักเปลี่ยน หรืออาการคล้ายไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
  • แจ้งประวัติการตั้งครรภ์ การแท้ง การคลอด การให้นม โรคประจำตัว การผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกราน และรูปแบบประจำเดือนก่อนหน้านี้

ในห้องตรวจ แพทย์อาจวัดน้ำหนัก ความดัน และตรวจลักษณะที่สัมพันธ์กับต่อมไทรอยด์ ภาวะแอนโดรเจนสูง หรือโปรแลคตินสูง การตรวจหน้าท้องและอุ้งเชิงกรานจะเลือกทำตามอาการ อายุ ประวัติทางเพศ และความเหมาะสม ไม่ได้เป็นขั้นตอนบังคับสำหรับทุกคน

การประเมิน ใช้เมื่อใด แพทย์ต้องการดูอะไร
ตรวจการตั้งครรภ์ซ้ำ มักเป็นขั้นต้น แม้เคยตรวจเองแล้ว ตรวจฮอร์โมน hCG ด้วยปัสสาวะ หรือใช้การตรวจเลือดเมื่อจำเป็นต้องยืนยันให้ชัดเจนขึ้น
ตรวจ TSH เมื่อประจำเดือนผิดปกติโดยยังหาสาเหตุไม่ได้ หรือมีอาการที่สัมพันธ์กับต่อมไทรอยด์ ประเมินว่าการทำงานของต่อมไทรอยด์อาจรบกวนรอบเดือนและการตกไข่หรือไม่
ตรวจโปรแลคติน เมื่อมีน้ำนมไหล ปวดศีรษะ การมองเห็นเปลี่ยน หรือแพทย์สงสัยจากประวัติ ค้นหาภาวะโปรแลคตินสูงซึ่งอาจกดการตกไข่
ตรวจ FSH และ estradiol เมื่อจำเป็นต้องประเมินการทำงานของรังไข่และการควบคุมฮอร์โมนจากสมอง ช่วยแยกแนวโน้มความผิดปกติที่รังไข่ออกจากความผิดปกติของการส่งสัญญาณฮอร์โมน
ตรวจฮอร์โมนแอนโดรเจน เมื่อมีสิวมาก ขนขึ้นผิดปกติ ผมบาง หรือสงสัยภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ประเมินภาวะแอนโดรเจนสูงและหาสาเหตุร่วมกับข้อมูลด้านอื่น
อัลตราซาวนด์อุ้งเชิงกราน เมื่อมีปวดท้อง เลือดออกผิดปกติ คลำได้ก้อน หรือจำเป็นต้องดูมดลูกและรังไข่ ดูลักษณะเยื่อบุโพรงมดลูก ก้อน เนื้องอก ถุงน้ำ และรูปลักษณ์ของรังไข่

ผลเลือดต้องแปลร่วมกับอาการ ยาที่ใช้ ระยะของรอบเดือน และผลตรวจอื่น ค่า FSH หรือ estradiol เพียงครั้งเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการทำงานของรังไข่ ส่วนค่า LH อาจมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ แต่ไม่จำเป็นต้องสั่งเป็นชุดเดียวกันทุกคน แพทย์อาจเพิ่มการตรวจอื่นเมื่อประวัติชี้ไปยังสาเหตุเฉพาะ

อัลตราซาวนด์ช่วยเห็นโครงสร้าง แต่ไม่สามารถยืนยันสาเหตุจากฮอร์โมนได้ด้วยตัวเอง ตัวอย่างเช่น ลักษณะรังไข่จากภาพอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับวินิจฉัยภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ สูตินรีแพทย์จะนำภาพมาประกอบกับรูปแบบประจำเดือน อาการแอนโดรเจนสูง และผลตรวจเลือด เพื่อเลือกการตรวจหรือการรักษาขั้นต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

ทำอย่างไรให้ประจำเดือนมาเมื่อขาดไป 2 เดือน

ไม่ควรซื้อยาหรือใช้ฮอร์โมนเพื่อเร่งประจำเดือนด้วยตนเอง ควรตรวจการตั้งครรภ์และหาสาเหตุก่อน เพราะประจำเดือนอาจขาดจากความเครียด น้ำหนักเปลี่ยน การออกกำลังกายหนัก ยาบางชนิด หรือภาวะฮอร์โมนผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาที่เหมาะสมหลังประเมินสาเหตุแล้ว

ถ้าประจำเดือนเลื่อนนานควรตรวจการตั้งครรภ์เมื่อไร

ควรตรวจการตั้งครรภ์ได้เมื่อประจำเดือนขาดตามรอบและตรวจซ้ำหากผลยังไม่ชัดเจน การตรวจเร็วเกินไปอาจยังไม่พบฮอร์โมน hCG แม้มีการตั้งครรภ์ หากผลตรวจไม่ตรงกับอาการหรือยังไม่มีประจำเดือน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อยืนยันด้วยวิธีที่เหมาะสม

อายุ 14 ปี ประจําเดือนไม่มา 2 เดือน ผิดปกติไหม

อาจยังไม่ผิดปกติเสมอไป โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ร่างกายกำลังปรับรอบฮอร์โมน แต่ควรประเมินหากประจำเดือนขาดต่อเนื่อง มีปวดท้องมาก เลือดออกผิดปกติ น้ำหนักเปลี่ยนชัดเจน หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ผู้ปกครองควรพาไปพบแพทย์เพื่อซักประวัติและตรวจตามความจำเป็น

ประจำเดือนไม่มากี่เดือนจึงควรไปหาหมอ

ไม่จำเป็นต้องรอให้ประจำเดือนขาดครบสามเดือนหากมีอาการเตือนหรือผลตรวจการตั้งครรภ์ไม่ชัดเจน เมื่อขาดประจำเดือน 2 เดือนและยังไม่ทราบสาเหตุ ควรนัดประเมินกับแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาบางชนิด หรือเคยมีรอบเดือนผิดปกติ

⚠️ ข้อควรทราบ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคลด้านการแพทย์ การเงิน หรือกฎหมาย กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจใดๆ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพหรือการเงินของคุณ
Shopping Cart