เมนไม่มากี่วันถึงท้อง ยังบอกแน่ชัดไม่ได้จากจำนวนวันที่ประจำเดือนขาดเพียงอย่างเดียว หากมีเพศสัมพันธ์ที่อาจทำให้ตั้งครรภ์ ควรเริ่มตรวจครรภ์ตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนควรมาแต่ยังไม่มา และตรวจซ้ำเมื่อผลยังไม่ชัดหรือประจำเดือนยังไม่มา
รอบเดือนที่คลาดเคลื่อน วันตกไข่ และช่วงเวลาที่มีเพศสัมพันธ์ล้วนมีผลต่อการประเมิน การที่ประจําเดือนไม่มา1เดือนจึงควรพิจารณาร่วมกับวันมีเพศสัมพันธ์และผลตรวจครรภ์ ไม่ควรใช้ความรู้สึกหรืออาการเพียงอย่างเดียว บทความนี้อธิบายช่วงเวลาที่ควรเริ่มสงสัย วิธีเลือกวันตรวจ และแนวทางเมื่อผลตรวจยังไม่ชัดเจน
ประจำเดือนขาดกี่วันท้องได้หรือยัง

ประจำเดือนขาดเพียงไม่กี่วันยังตอบไม่ได้แน่ชัดว่าตั้งครรภ์หรือไม่ เพราะวันที่เมนส์ควรมาขึ้นอยู่กับรอบเดือนและวันตกไข่ของแต่ละคน หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือคุมกำเนิดผิดพลาดในรอบนั้น ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ได้แม้ประจำเดือนจะเพิ่งขาดวันแรก
วันที่คาดว่าประจำเดือนจะมาเป็นเพียงการประมาณจากรอบเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่วันที่ตายตัว หากรอบเดือนยาวสั้นไม่เท่ากัน ความเครียด เจ็บป่วย น้ำหนักเปลี่ยน หรือพักผ่อนน้อย อาจทำให้วันตกไข่เลื่อนตามไปด้วย เมื่อไข่ตกช้ากว่าที่คาด ประจำเดือนก็อาจมาช้า และทำให้ดูเหมือนขาดหลายวันทั้งที่ไม่ได้ตั้งครรภ์
การประเมินจึงต้องดูทั้งสองเรื่องพร้อมกัน คือประจำเดือนเลยวันที่ควรมาแล้วหรือยัง และมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงในช่วงก่อนหน้านั้นหรือไม่ ตัวอย่างเช่น หากรอบเดือนมักมาทุก 28 วันแต่ครั้งนี้เลยกำหนดไป 3 วัน และมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยาง อาจตั้งครรภ์ได้ แต่ยังยืนยันจากจำนวนวันที่ขาดไม่ได้ ต้องใช้ชุดตรวจครรภ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม
หากไม่มีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง การตั้งครรภ์ย่อมไม่ใช่สาเหตุหลัก แม้ประจำเดือนจะเลื่อนนานสุดกว่าที่เคยเกิดขึ้นก็ตาม ส่วนผู้ที่จำวันที่ประจำเดือนควรมาไม่ได้ ให้ยึดวันที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันเป็นหลัก แล้ววางแผนตรวจหลังผ่านช่วงเวลาที่ชุดตรวจมีโอกาสตรวจพบฮอร์โมน hCG ได้
ควรตรวจครรภ์วันไหนจึงได้ผลน่าเชื่อถือ
เริ่มตรวจได้ตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนขาด หากรอบเดือนค่อนข้างสม่ำเสมอและจำวันที่ควรมาได้ ผลจะน่าเชื่อถือกว่าการตรวจล่วงหน้า แต่ถ้าตรวจเร็วเกินไป ระดับฮอร์โมน hCG อาจยังต่ำจนชุดตรวจไม่พบ แม้จะมีการตั้งครรภ์อยู่ก็ตาม อีกหลักที่ใช้ได้คือรอให้ผ่านอย่างน้อย 14 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง และหากจำวันที่ไม่ได้ให้ใช้ระยะ 21 วันเป็นจุดตรวจที่ชัดเจนกว่า
ให้เลือกวันตรวจตามข้อมูลที่จำได้มากที่สุด หากรู้วันที่ประจำเดือนควรมา ให้ตรวจในวันแรกที่เมนส์ขาดและทำตามวิธีใช้ของชุดตรวจอย่างเคร่งครัด หากผลเป็นลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา ให้ตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากนั้นหลายวัน เพราะการตกไข่ที่เลื่อนออกไปอาจทำให้การสร้าง hCG และวันที่ตรวจพบเลื่อนตาม
หากจำวันที่มีเพศสัมพันธ์ได้ แต่จำวันที่ประจำเดือนควรมาไม่ได้ ให้นับจากครั้งล่าสุดที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การตรวจเมื่อผ่านไปอย่างน้อย 14 วันช่วยลดโอกาสได้ผลลบลวง ส่วนการรอครบ 21 วันเหมาะกับคนที่รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือไม่แน่ใจว่ามีเพศสัมพันธ์ครั้งใดอยู่ในช่วงเสี่ยง การนับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดยังช่วยได้แม้จำรอบเดือนไม่ได้
ผู้ที่มีรอบเดือนคลาดเคลื่อนมากไม่ควรยึดวันที่คาดการณ์จากแอปเพียงอย่างเดียว เพราะแอปคำนวณจากข้อมูลเดิมและอาจไม่ตรงกับวันที่ตกไข่จริง หากมีเพศสัมพันธ์หลายครั้ง ให้เริ่มนับจากครั้งล่าสุดที่ไม่ได้ป้องกันเพื่อไม่ให้ตรวจเร็วเกินไป
ใช้แนวทางต่อไปนี้เพื่อเลือกวันและเตรียมการตรวจให้เหมาะกับสถานการณ์
- จดวันที่ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดและวันที่คาดว่าจะมาในรอบปัจจุบัน
- นับจำนวนวันจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันครั้งล่าสุด โดยรออย่างน้อย 14 วัน หรือรอครบ 21 วันเมื่อจำวันที่หรือรอบเดือนไม่แน่นอน
- ตรวจในวันแรกที่ประจำเดือนขาด หากรอบเดือนมักมาตรงและจำวันที่ควรมาได้
- อ่านฉลากและทำตามขั้นตอนของชุดตรวจครรภ์ รวมถึงช่วงเวลาที่เหมาะกับการเก็บปัสสาวะ
- ตรวจซ้ำหลังจากผ่านไปหลายวัน หากผลเป็นลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา
- พบแพทย์หากผลตรวจยังไม่ชัดเจน ประจำเดือนขาดต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย
| สถานการณ์ | ช่วงเวลาที่เหมาะกับการตรวจ | สิ่งที่ควรทำหากผลเป็นลบ |
|---|---|---|
| จำวันที่ประจำเดือนควรมาได้และรอบเดือนสม่ำเสมอ | วันแรกที่ประจำเดือนขาด | ตรวจซ้ำหลังจากนั้นหลายวันหากเมนส์ยังไม่มา |
| จำวันที่มีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงได้ | อย่างน้อย 14 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งนั้น | รอให้ครบ 21 วันหากผลยังไม่ชัดหรือรอบเดือนไม่แน่นอน |
| จำวันที่ประจำเดือนหรือวันที่มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ | ตรวจเมื่อมีโอกาสตั้งครรภ์และตรวจซ้ำตามคำแนะนำของชุดตรวจ | ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและตรวจเพิ่มเติมหากยังไม่มีประจำเดือน |
อาการอย่างเดียวบอกได้ไหมว่าตั้งครรภ์

อาการอย่างเดียวบอกไม่ได้แน่ชัดว่าตั้งครรภ์หรือไม่ เพราะอาการระยะแรกของการตั้งครรภ์คล้ายกับอาการก่อนมีประจำเดือนมาก การคัดเต้านม คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือปัสสาวะบ่อยจึงใช้ยืนยันแทนการตรวจครรภ์ไม่ได้ ควรใช้ชุดตรวจตามช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นหลัก
ก่อนมีประจำเดือน หลายคนอาจคัดเต้านม ท้องอืด ปวดหน่วง หงุดหงิด หรือเหนื่อยง่ายจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในรอบที่ไม่ได้ตั้งครรภ์และมักดีขึ้นเมื่อประจำเดือนมา จึงไม่สามารถแยกจากการตั้งครรภ์ได้ด้วยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
การตั้งครรภ์ระยะแรกอาจทำให้คลื่นไส้ ไวต่อกลิ่น คัดเต้านม อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอย แต่แต่ละคนมีอาการไม่เหมือนกัน บางคนไม่มีอาการใดเลยในช่วงแรก และอาการอาจเริ่มก่อนหรือหลังวันที่ประจำเดือนขาด
| อาการ | อาจพบก่อนมีประจำเดือน | อาจพบในการตั้งครรภ์ระยะแรก |
|---|---|---|
| คัดเต้านมและอ่อนเพลีย | พบได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก่อนเมนส์ | พบได้ แต่ไม่ใช่หลักฐานยืนยัน |
| คลื่นไส้หรือไวต่อกลิ่น | อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ | อาจพบในระยะแรกของการตั้งครรภ์ |
| ประจำเดือนขาด | อาจเกิดจากรอบเดือนเลื่อน ความเครียด หรือเจ็บป่วย | อาจเป็นสัญญาณหนึ่งของการตั้งครรภ์ |
หากมีอาการร่วมกับประจำเดือนขาดและเคยมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง ให้ตรวจครรภ์แทนการรอดูอาการ หากมีปวดท้องข้างเดียวรุนแรง เลือดออกมาก หน้ามืด หรือเป็นลม ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อประเมินภาวะแทรกซ้อน เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก
ตรวจแล้วไม่ชัดควรทำอย่างไรต่อ

ผลตรวจเป็นลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา อาจเกิดจากการตรวจเร็วเกินไปจนระดับฮอร์โมน hCG ยังต่ำกว่าที่ชุดตรวจจะตรวจพบ ให้ตรวจซ้ำหลังจากนั้นอีก 2-3 วัน หรือทำตามระยะเวลาที่ระบุในเอกสารกำกับชุดตรวจ หากผลยังเป็นลบและประจำเดือนไม่มาเป็นเวลานาน ควรนัดพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและพิจารณาตรวจเลือด
ถ้าขีดขึ้นจางมาก อ่านผลไม่ทันเวลาที่กำหนด หรือแถบตรวจมีความผิดปกติ อย่าใช้ผลนั้นตัดสิน ให้ใช้ชุดตรวจใหม่ที่ยังไม่หมดอายุและทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด การตรวจปัสสาวะช่วงเช้าหลังตื่นนอนอาจช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากปัสสาวะเจือจางได้
ระหว่างรอตรวจซ้ำ ให้ทำตามเช็กลิสต์นี้
- ตรวจวันหมดอายุของชุดตรวจและอ่านเวลาที่ใช้แปลผลจากเอกสารกำกับ
- ตรวจซ้ำหลังเว้นช่วง 2-3 วัน หากผลครั้งแรกเป็นลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา
- จดวันที่มีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน วันที่ตรวจ และอาการผิดปกติ เพื่อแจ้งแพทย์ได้ครบถ้วน
- นัดพบแพทย์เมื่อผลยังไม่ชัด ประจำเดือนขาดต่อเนื่อง หรือมีรอบเดือนผิดปกติซ้ำ
- ไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงโดยเฉพาะปวดข้างเดียว เลือดออกมาก ปวดไหล่ หน้ามืด หรือเป็นลม เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์นอกมดลูกและไม่ควรรอผลตรวจซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
จะรู้ได้อย่างไรว่าประจำเดือนใกล้มาไม่ใช่อาการเริ่มตั้งครรภ์
แยกจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ยาก เพราะอาการคัดเต้านม ปวดท้อง อ่อนเพลีย และอารมณ์เปลี่ยนแปลงอาจเกิดได้ทั้งก่อนมีประจำเดือนและระยะแรกของการตั้งครรภ์ หากประจำเดือนยังไม่มาตามกำหนด ควรใช้ชุดตรวจครรภ์ช่วยยืนยันแทนการสังเกตอาการ
ช่วงไข่ตกเกี่ยวข้องกับการนับวันตรวจครรภ์อย่างไร
วันตกไข่มีผลต่อเวลาที่ฮอร์โมน hCG จะเพิ่มขึ้นจนตรวจพบได้ หากตกไข่ช้ากว่าที่คาด ประจำเดือนและผลตรวจครรภ์ก็อาจเลื่อนตามไปด้วย การนับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์และตรวจเมื่อประจำเดือนขาดจึงเหมาะกว่าการคาดเดาจากปฏิทินเพียงอย่างเดียว
ประจำเดือนขาดกี่วันจึงจะขึ้น 2 ขีด
ไม่มีจำนวนวันที่รับประกันว่าจะขึ้น 2 ขีดในทุกคน เพราะผลตรวจขึ้นอยู่กับวันตกไข่ การฝังตัว และความไวของชุดตรวจ โดยทั่วไปสามารถเริ่มตรวจได้ตั้งแต่วันที่ประจำเดือนควรมา หากผลเป็นลบแต่ยังสงสัย ควรตรวจซ้ำหลังจากนั้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม
นอกจากการตั้งครรภ์แล้วประจำเดือนขาดอาจเกิดจากอะไร
ประจำเดือนขาดอาจเกี่ยวข้องกับความเครียด น้ำหนักเปลี่ยน การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเจ็บป่วย หรือความผิดปกติของฮอร์โมนได้ หากตรวจครรภ์ไม่พบแต่ประจำเดือนยังไม่มา ควรติดตามอาการและปรึกษาแพทย์เมื่อความผิดปกติเกิดต่อเนื่องหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย




